เตรียมตัวรับมือ EPR ก่อนกฏหมายบังคับใช้ปี 2570

🔍 EPR คืออะไร

EPR (Extended Producer Responsibility) คือหลักการที่กำหนดให้ ผู้ผลิตและผู้นำเข้า ต้องรับผิดชอบต่อสินค้าและบรรจุภัณฑ์ของตนเอง ตลอดวงจรชีวิต
ตั้งแต่

การออกแบบ → การผลิต → การจำหน่าย → การเก็บคืน → การรีไซเคิลหรือกำจัด

เป้าหมายคือ ลดขยะ เพิ่มการใช้ซ้ำ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

🏭 ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบอย่างไร

ผู้ผลิตมี 2 ทางเลือกหลัก

  1. IPR: รับผิดชอบเองทั้งหมด (ออกแบบ เก็บคืน รีไซเคิล)

  2. PRO: มอบหมายให้องค์กรกลางจัดการแทน

โดยหน้าที่หลักของผู้ผลิตคือ

  • ขึ้นทะเบียน

  • จัดทำและดำเนินแผน EPR

  • เก็บข้อมูลและรายงานผลต่อรัฐ

คลังคำศัพท์

IPR: Individual Producer Responsibility ซึ่งหมายถึง ความรับผิดชอบที่ผู้ผลิตดำเนินการเอง  
PRO: Producer Responsibility Organization ซึ่งหมายถึง องค์กรผู้แทน

🔗 EPR ไม่ใช่เรื่องของผู้ผลิตคนเดียว

ในความเป็นจริง EPR คือ ความรับผิดชอบทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่

  • ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ (ออกแบบให้รีไซเคิลได้)

  • ผู้ผลิตสินค้า

  • ผู้จำหน่าย (ช่วยตั้งจุดรับคืน)

  • ผู้บริโภค (คัดแยกตั้งแต่ต้นทาง)

  • ผู้รวบรวม

  • โรงงานรีไซเคิล

และต้องเน้นย้ำว่า หากขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไป EPR จะไม่สมบูรณ์

🗑️ ทำไม “บรรจุภัณฑ์” คือปัญหาหลักของขยะ

  • บรรจุภัณฑ์ยุคใหม่ใช้วัสดุหลายชนิดติดกัน รีไซเคิลยาก

  • ดีไซน์เน้นสวยงาม แต่ไม่คิดถึงปลายทาง

  • ใช้ครั้งเดียวทิ้ง อายุใช้งานสั้น

  • ผู้บริโภคไม่คัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง

ผลคือ ขยะบรรจุภัณฑ์จำนวนมาก ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้จริง

🌍 ทำไมประเทศไทยต้องมีกฎหมาย EPR

  • หลายประเทศในเอเชียเริ่มใช้ EPR แล้ว เช่น
    ไต้หวัน เกาหลีใต้ อินเดีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม (บังคับใช้แล้วปี 2567)

    ประเทศไทยอยู่ระหว่างการยกร่าง
    พ.ร.บ. การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน
    📅 คาดว่า บังคับใช้ปี 2570

    สาระสำคัญของกฎหมายคือ

    • ผู้ผลิต/ผู้นำเข้าต้องรับผิดชอบบรรจุภัณฑ์ที่กำหนด

    • มีค่าธรรมเนียม EPR Fee

    • บรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบตามหลัก Eco-design จะมีภาระน้อยกว่า

🧠 แก่นสำคัญที่ผู้ประกอบการต้องรู้

  • บรรจุภัณฑ์ “ชนิดเดียวกัน” แต่
    วัสดุต่าง / โครงสร้างต่าง → ค่าธรรมเนียมต่างกัน

  • การออกแบบเพื่อรีไซเคิลได้ง่าย = ลดต้นทุนระยะยาว

  • EPR ไม่ใช่แค่กฎหมาย แต่คือ กติกาธุรกิจใหม่

ควรเตรียมตัวอย่างไรตั้งแต่วันนี้ ?

  • ปรับการออกแบบสินค้าและบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

  • เตรียมข้อมูลบรรจุภัณฑ์ที่ใช้จริง (ชนิด วัสดุ ปริมาณ)

  • ศึกษา Life Cycle Assessment (LCA)

  • ติดตามกฎหมายและเข้าร่วมโครงการเตรียมความพร้อม

  • สื่อสารทั้ง Supply Chain ให้ขยับไปพร้อมกัน

ผู้ที่เริ่มก่อน = ได้เปรียบก่อน

บทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม